ReadyPlanet.com


Surprising secrets to school success


  วันนี้คุณครูมีคุณหมอใจดี แห่งบ้านรักลูกมาแนะนำให้รู้จักคะ  มารู้จักคุณหมอกันก่อนคะ

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว
พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว
เด็กและการเรียนรู้ ปัญหาพฤติกรรม พัฒนาการ สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้เกี่ยวกับเด็ก Parenting skills, parenting advices

      ครูจอยติดตามบทความในบล๊อคคุณหมอมาหลายเดือนแล้วคะ   จากประวัติที่คุณหมอแนะนำตัวไว้  คุณพ่อคุณแม่คงเห็นแล้วว่าคุณหมอเชี่ยวชาญด้านเด็กมาก ๆ    ในบล๊อคคุณหามอจะมีบทความและไอเดียกิจกรรมต่าง ๆ มาฝากเป็นประจำ   และบทความที่คุณครูนำมาฝากวันนี้เกี่ยวกับความลับในการส่งเสริมให้ลูกประสบความสำเร็จในการเรียนคะ  น่าจะถูกใจคุณพ่อคุณแม่นะคะ

ตามมาเลยคะ

Surprising secrets to school success

หมอเข้าเว็บไซด์ www.greatschools.net

พบข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ลูกเรียนหนังสือได้ดี

ชื่อบทความ "Surprising secrets to school success"

Eight ideas about academic learning you may not know.

By GreatSchool Staff

(อ่านต้นฉบับได้ที่ http://www.greatschools.net/students/academic-skills/surprising-facts-about-academic-learning.gs?content=1572)

ในบทความนี้แนะนำ 8 ไอเดียที่พ่อแม่ช่วยให้ลูกเรียนหนังสือได้ดีขึ้น

หมอนำเสนอโดยแอบใส่ความเป็นไทยลงไปบ้างดังนี้

1. Praise the work, not the wit

ขอแปลเป็นว่า "ชมลูกให้ถูกทาง"

คุณที่รักคงซึ้งถึงคุณค่าคำชมเชยในการเป็นกำลังใจและผลักดันมนุษย์ไปสู่ความสำเร็จ

คำชมที่ถูกทางของพ่อแม่ใช้ได้ผลเสมอในการจูงใจให้ลูกทำในสิ่งที่(พ่อแม่)ต้องการโดย(ลูก)ไม่รู้สึกถูกบังคับ แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจบวกกับความต้องการของเขาเองที่จะได้ความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ

การชมเชยที่ถูกทางคือการชมเชยขบวนการของสิ่งที่เด็กกระทำ

ไม่ใช่ชมเชยที่ผลแพ้ชนะหรือคุณสมบัติติดตัวที่แก้ไขไม่ได้เช่นความฉลาด ความสวย

 

ตัวอย่างคำชมที่ถูกทาง เช่น

"ลูกมีความพยายามมากเลย แม่ภูมิใจในตัวลูก"

"สอบครั้งนี้ลูกขยันขึ้น พ่อเห็นนะว่าลูกอ่านหนังสือเพิ่มกว่าเดิม ดีมากลูก"

"แม่ว่าที่หนูทำการบ้านได้ถูกมากกว่าเมื่อวานเป็นเพราะหนูตั้งใจมากขึ้นและไม่ดูทีวีตอน

ทำการบ้าน ทำดีมากลูก"

"ช่วงนี้ลูกต้องอดดูทีวีหรืออ่านการ์ตูนที่หนูชอบแล้วมาอ่านหนังสือเรียนแทนเพราะใกล้สอบแล้ว แม่ภูมิใจที่หนูรู้จักจัดเวลาได้ดี รู้จักอดทนทำเพื่อความสำเร็จ"

 

 Girl cleaning dishes

"ลูกล้างจานได้สะอาดมาก ช่วยแม่ได้เยอะเลย ขอบใจนะลูก"

 

คำชมที่ไม่ถูกทางก็เช่น

"ลูกแม่ฉลาดที่สุด"

"ลูกพ่อเป็นอัจฉริยะ"

"ลูกไม่ต้องอ่านหนังสือมากก็ได้ ลูกหัวดีอยู่แล้ว"

"เรื่องขยันนะไม่ต้องพูดถึงเลย เอาไว้ให้เด็กที่ไม่ค่อยฉลาดแต่อึดจะดีกว่า ลูกผมอัจฉริยะโดยกำเนิดอยู่แล้ว เหมือนผมนั่นแหละ "

"ครอบครัวเราหัวดี เรียนหนังสือเก่งทุกคนโดยไม่ต้องพยายามเลย"

 

ตัวอย่างคำชมที่ไม่เหมาะสมข้างต้นทำให้เด็กหลงทางคิดว่าความสำเร็จเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นเรื่องของการ born to be a suceesor เชื่อว่าคนที่เกิดมาเพื่อชนะทำอย่างไรก็ชนะวันยังค่ำ ถ้าเกิดมาเป็นคนขี้แพ้ก็แพ้ตลอดไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

โลกนี้มีแต่เด็กฉลาดที่ประสบความสำเร็จกับเด็กโง่ที่ล้มเหลว

ไม่มีที่ทางความสำเร็จสำหรับเด็กสมองธรรมดาที่ขยันตั้งใจ มานะบากบั่นอดทน

(แม้ต้องเหนื่อย) และไม่ขี้โกง

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ นี่เฉพาะไอเดียที่ 1 เกี่ยวกับคำชมนะ

ยังมีอีก 7 ไอเดียให้ติดตาม อย่าเบื่อก่อนนะคะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2009-10-18 16:54:23 IP : 124.121.230.218


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1996450)
มาต่อกันเลยนะคะ

2.Minimize your unexcused absences

ไปโชว์ตัวที่งานโรงเรียนลูกบ้าง

ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องขึ้นไปร้องเพลงหรือแสดงละครร่วมกับลูกหรอกนะคะ แค่ไปเป็นกำลังใจหรือไปเป็นเพื่อนเวลามีกิจกรรมที่โรงเรียน เป็นการแสดงออกว่าคุณสนใจและให้ความสำคัญกับชีวิตของลูกทุกส่วนไม่ใช่แต่เรื่องการเรียนอย่างเดียว รับรองลูกต้องปลื้มที่คุณไปงานของเขาแล้วก็รีบกลับบ้านมาตั้งใจเรียนเอาใจคุณเป็นแน่

3. use the TV to channel critical thinking

รายการโทรทัศน์ดีๆมีไว้ให้ดูและฝึกคิด

ดีใจอย่างหนึ่งที่ปัจจุบันนี้มีรายการดีที่น่าสนใจทั้งของไทยและต่างประเทศในช่องฟรีทีวี

ให้เราได้ดูโดยไม่ต้องเสียตังค์ค่าสมาชิก หมอชอบช่องไทยพีบีเอส (หมอเรียกถูกหรือเปล่า เปลี่ยนชือไปหรือยัง) มีรายการดี เช่นสารคดีที่สนุก น่าติดตามและมีความรู้แทรกอยู่

ละครซีรีย์เอเชียที่สนุกและให้ข้อคิด รายการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มีการสอนวาดรูป

โชคดีของเด็กไทยยุคนี้มีรายการดีๆมาส่งถึงบ้าน

ก็อยู่ที่คุณจะเลือกแล้วหละค่ะว่าจะนั่งดูละคร

"ไฟรักพิศวาทอาฆาตสามร้อยปีไม่มีจบสิ้น" ด้วยกัน

หรือจะเลือกดูสารคดีการทำงานของเครื่องบินว่ามันบินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้อย่างไร

ถึงเวลาเลือกแล้วค่ะ

4. Fear not the 5$ word

พูดจาภาษาซับซ้อน

อะ อะ....ไม่ใช่ชวนกันพูดเล่นลิ้น ใช้สำบัดสำนวนกันในบ้านนะคะ

แต่เป็นการชวนลูกพูดคุยเรื่องราว ข่าวสาร ความเป็นไปต่างๆรอบตัว

เป็นการใช้ความคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีข้อโต้แย้ง ในประเด็นที่ยกมาคุยได้หลากหลาย เช่น ภาวะโลกร้อนเกิดจากอะไรและมีผลกระทบกับมนุษย์อย่างไรบ้าง

เราจะช่วยกันทำให้เมืองของเราน่าอยู่ได้อย่างไร

อะไรทำให้น้องหม่องเป็นที่รู้จักและชื่นชมของสังคมไทย

ลองเปรียบเทียบเรื่องราวชีวิตน้องหม่องกับเคอิโงะว่ามีความหมือนหรือต่างกันอย่างไร

หัวข้อสนทนาเหล่านี้เสริมสร้างสติปัญญาให้กับลูกได้มาก

ลองเอาไปคุยกันดูนะคะ แล้วลูกจะเรียนเก่งขึ้นโดยคุณไม่รู้ตัวเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2009-10-18 16:55:27 IP : 124.121.230.218


ความคิดเห็นที่ 2 (1996451)

มาต่อตอน 3 ของเรื่องนี้กันนะคะ

 

5. Sooth the soul with nature

 

                                           Growing herbs

 

แปลง่ายๆว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ"

ชวนลูกทำกิจกรรมที่ได้เรียนรู้/สัมผัสธรรมชาติพวกดิน น้ำ ลม แสงแดด บ้าง

ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องพาลูกไปเดินป่า/ล่องแก่ง/สำรวจถ้ำ/ตั้งแคมป์ส่องสัตว์ที่ไหนหรอกนะคะ (ไม่ต้องพยายามขนาดนั้น แต่ถ้าทำอยู่แล้วก็ดี)

เอาเป็นว่าพยายามลดการใช้เทคโนโลยีพวกมือถือ/ไอพอด/เอ็มพี3/4/อินเตอร์เนต/

เกมส์คอมพิวเตอร์/ไฮไฟว์/เฟซบุค/ทวิสเตอร์ลงบ้าง

แล้วชวนกันกันไปเดินดูต้นไม้ที่สวนจตุจักร

หาต้นไม้สวยปลูกง่ายมาเลี้ยงที่บ้าน

หรือพากันไปเขาดินไปดูสัตว์ต่างๆไปโดนแดดอ่อนๆ

หรือจะชวนกันไปตลาดสดไปเลือกซื้อผักผลไม้/อาหารทะเล

แล้วมาช่วยกันทำอาหารง่ายๆรับประทานในวันหยุด

ให้ลูกได้เห็นกุ้ง หอย ปู ปลา ตอนยังไม่ถูกปรุงอยู่ในกล่องพลาสติก

หมอเคยได้ยินมาว่าเด็กสมัยนี้ไม่รู้ว่าฝรั่งสดหน้าตาเป็นอย่างไรรู้จักแต่ฝรั่งแช่บ๊วยสีเขียวสดหรือไม่ก็ฝรั่งปอกเปลือกแล้วสีแดงใส่ในตู้กระจกวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ไม่รู้ว่าถั่วงอกเติบโตมาจากถั่วเขียว

ไม่รู้ว่าสัปปะรดหรือมะละกอก่อนที่จะถูกตัดแต่งมาวางขายหน้าตาเป็นอย่างไร

                                   

ตอนนี้กระแสการปลูกผักสวนครัวรับประทานเองมาแรง

เพราะผู้คนบนโลกเป็นห่วงเรื่องสารเคมีปนเปื้อนในผักผลไม้ 

หมอว่าลองชวนกันหาเมล็ดพันธุ์พืชมาปลูกในบ้าน(ถ้าไม่มีพื้นที่ปลูกใส่กะถางก็น่าจะได้)

ลองปลูกผักที่ขึ้นง่ายๆเช่น ต้นหอม ผักชี พริก มะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด กะเพรา โหระพา

ไว้รับประทานเองในบ้าน ก็น่าจะดีนะคะ 

                     

  (รูปประกอบจาก www.oprah.com)      

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2009-10-18 16:56:13 IP : 124.121.230.218



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.