ReadyPlanet.com


สมองเด็กหญิงเด็กชาย .... พัฒนาต่างกันอย่างไร


 

สมองเด็กหญิงเด็กชาย...พัฒนาต่างกันไหม

โดย: กองบรรณาธิการ รักลูก

 

พัฒนาการด้านสมองของลูกทั้งเด็กหญิงเด็กชายต่างกันอย่างไร

ต่าง ซับซ้อน และเป็นผลมาจากธรรมชาติของตัวเด็กและการเลี้ยงดู


นั่นคือคำตอบค่ะ โดยนักประสาทวิทยาบอกว่าสมองของผู้ชายและผู้หญิงไม่ได้เป็นพิมพ์เดียวกันเป๊ะหรอก ผู้ชายมีแนวโน้มจะใช้สมองด้านใดด้านหนึ่งทำงานอย่างอิสระมากกว่า เช่น เรื่องการพูด การวางแผน เป็นต้น ขณะที่เรื่องเดียวกันนี้ ผู้หญิงจะใช้สมองส่วนเซเรบรัลทั้งซ้ายขวาทำงานแบบเท่าๆ กันค่ะ


เรื่องขนาดของสมอง ผู้ชายในทุกช่วงวัยจะมีสมองใหญ่กว่าสมองของผู้หญิงด้วยเช่นกัน


จากการใช้ไฟฟ้าเพื่อตรวจวัดการทำงานของสมองเด็กชายเด็กหญิงเมื่อแรกเกิดนั้น พบว่าในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิต สมองของเด็กหญิงเด็กชายมีการตอบสนองต่อเสียงพูดของคนเราที่แตกต่างกัน


นักประสาทวิทยาบอกว่าที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะความแตกต่างของเพศซึ่งเกี่ยวข้องกับยีนและฮอร์โมนค่ะ เรารู้ว่าระดับขอฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในตัวอ่อนเพศชายจะสูงงมากในช่วง 7 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ และเจ้าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนนี้ มันส่งผลให้เซลล์ประสาทในทุกส่วนของสมองเจริญเติบโต ขณะที่ฮอร์โมนเพศหญิงก็คงทำหน้าที่ของมันในการพัฒนาสมองเช่นกัน แต่การศึกษาเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนนัก


ความแตกต่างทางเพศในสมองส่งผลให้จังหวะของพัฒนาการในเด็กชายเด็กหญิงแตกต่างกันไปด้วยค่ะ ถ้าดูที่พัฒนาการด้านประสาทสัมผัสและการเรียนรู้ จะเห็นว่าพัฒนาการด้านนี้ในเด็กผู้หญิงดูจะรุดหน้ามากว่า ไม่ว่าจะเรื่องการมองเห็น ได้ยิน ความจำ การดมกลิ่น และสัมผัส ทารกเพศหญิงยังมีความพร้อมในการตอบสนองทางสังคมากกว่าทารกเพศชายด้วย โดยเพราะเรื่องการเรียนรู้และตอบสนองต่อเสียงพูดของคน สีหน้าของคน เป็นต้น รวมถึงยังพร้อมส่งเสียงร้องตามทารกอื่นที่ร้อง พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวและทักษะทางภาษาก็ยังก้าวหน้ากว่าทารกเพศชายด้วยค่ะ


แต่เด็กชายก็มีพัฒนาการหลายด้านที่นำหน้าเด็กหญิงนะคะ ใน 3 ขวบแรก การเรียนรู้ด้านมิติสัมพันธ์การวางแผนของเด็กชายจะก้าวไปเร็วกว่า เห็นได้จากการที่เด็กชายมีทักษะในการต่อจิ๊กซอว์ดีกว่าเด็กหญิง ดูคล่องแคล่วมั่นคงกว่าค่ะ การทำงานประสานกันของตาและมือก็ดีกว่าด้วย


จากการศึกษาของนักประสาทวิทยา เขาสรุปว่าเพศชายโดยเฉลี่ยทุกช่วงวัยจะมีทักษะด้านมิติสัมพันธ์ดีกว่าเพศหญิง สามารถบอกได้ว่าสิ่งของนี้เมื่อถูกหลอมละลายในอุณหภูมิที่ 90 % แล้วน่าจะออกมามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ขณะที่เพศหญิงโดยเฉลี่ยทุกช่วงวัยเช่นกันจะมีทักษะด้านการพูดอธิบายสีหน้าท่าทางที่แสดงออกซึ่งอารมณ์ของคนได้ดีกว่า


แน่นอนว่ายีนและฮอร์โมนคือปัจจัยที่ทำให้สมองของเด็กชายเด็กหญิงมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ ประสบการณ์ผ่านการเล่นของเด็กก็มีส่วนสำคัญ เช่น ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ของเด็กชายที่เพิ่มพูนขึ้นก็อาจมาจากลักษณะเฉพาะของเด็กชายที่มักชอบเล่นรถ จับมันแล่นไปมา ไปทางโน้นเดี๋ยวมาทางนี้ เป็นต้น ขณะที่ลักษณะเฉพาะของเด็กหญิง ก็มักชอบเล่นตุ๊กตา เล่นเป็นพ่อแม่ลูก เล่นบทบาทสมมติ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะด้านสังคมทักษะด้านการพูดให้อย่างมาก


ที่สำคัญในช่วงวัย 3 ขวบแรกของชีวิตนี้ สมองของเจ้าตัวน้อยกำลังพัฒนาสุดๆ เรียนรู้สั่งสมสุดๆ ด้วยค่ะ

ดังนั้นหากในช่วงวัยนี้ เด็กๆ ทั้งชายและหญิงได้รับการเลี้ยงดู ส่งเสริมอย่างสมดุล เด็กชายได้รับการพัฒนาเพิ่มในทักษะด้านสังคมและการพูด ขณะที่เด็กหญิงก็ได้รับการส่งเสริมด้านมิติสัมพันธ์ ก็จะช่วยให้สมองของเด็กๆ พัฒนาในทุกด้านค่ะ


ขอบคุณมากมาย :
http://www.momypedia.com


 

จาก: นิตยสารรักลูก



ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-25 21:31:55 IP : 110.169.254.35


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.