ReadyPlanet.com


สองมือแม่เปลี่ยนเด็กเปราะบาง ... ให้อดทน เข้มแข็ง


เขาว่าเด็กยุคใหม่เปราะบาง  คุณพ่อคุณแม่เห็นด้วยมั้ยคะ    
แล้วลูกเราหล่ะจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางด้วยหรือเปล่า  
เจออะไรยาก ๆ นิดหน่อยก็ถอดใจหรือเปล่า   
เก็บเคล็ดลับการเปลี่ยนเด็กเปราะบางให้เข้มแข็งขึ้น  ไม่ใช่เพื่อใคร  แต่เพื่อตัวของลูกเอง
สอนให้ลูกลำบากวันนี้  .....  เพื่อสบายในวันหน้าคะ


โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991  โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


เด็กยุคนี้ทุกข์ง่าย มาตรฐานความสุขสูง ความสุขได้มามีราคาแพง

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


"คราม มาช่วยแม่ล้างจานหน่อยสิ"


"ครามกำลังเล่นเกมอยู่ แล้วก็ไม่ชอบล้างจานด้วย เหม็นจะตาย"


" นี่ เราน่ะโตแล้ว น่าจะช่วยแบ่งเบาภาระแม่มั่ง พ่อกับแม่ทำงานเหนื่อยแทบตาย ให้ช่วยแค่นี้เองนะ วันๆ ไม่เห็นทำอะไร หนังสือหนังหาก็ไม่ดูเลย เทอมนี้ร่อแร่จะตกมิตกแหล่"


"โฮ้ย บ่นอยู่ได้ เบื่อๆๆ รู้งี้ไปเล่นเกมหน้าปากซอยดีกว่า"


นายครามกระแทกเสียง เดินเข้าห้องนอนตัวเองปิดประตูดังปัง เปิดเพลงดังลั่นกลบเสียงแม่
แม่ เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนปึงปัง ทำแม่เสียใจ.. ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทั้งที่เราสองพ่อแม่ทุ่มเททำงานหนักอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อลูก แม้จะไม่ร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่ก็พยายามทำหน้าที่ของพ่อแม่ให้ดีที่สุด เลี้ยงดูลูกให้สุขสบายไม่ต้องอนาทรร้อนใจแม้แต่น้อย

 

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


เหตุการณ์ ทำนองนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ หากจะเกิดขึ้นกับครอบครัวเราหรือครอบครัวใครในสังคมยุคนี้ มันสะท้อนให้เห็นแนวโน้มบางอย่างที่เกิดขึ้นกับเด็กยุคใหม่ ซึ่ง น.พ.ชาตรี วิฑูรชาติ จิตแพทย์เด็ก ศิริราชพยาบาล สังเกตพบว่า เด็กยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะเปราะบาง
"คำว่าเปราะบางในที่นี้หมายถึงทางด้านอารมณ์จิตใจ บุคลิกภาพน่ะครับ ผมมองว่าเด็กปัจจุบันมีแนวโน้มอ่อนแอทางด้านจิตใจ ไม่มีความอดทน"

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


ความ อดทนในความหมายของคุณหมอมีหลายอย่างค่ะ ตั้งแต่ อดทนต่อการทำงานหนัก หนักเอาเบาสู้ สมบุกสมบัน อดทนมุ่งมั่นพยายาม เอาชนะอุปสรรค ไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ อดทนต่อความอยาก มีความยับยั้งชั่งต่อความอยากได้ อยากมี อยากเป็น (อย่างข่าววัยรุ่นขายตัวเพียงเพื่อจะได้ซื้อมือถือไงคะ) อดทนต่อการรอคอย และ อดทนต่อบุคคล ไม่หวั่นไหวง่ายต่อคำพูดหรือการกระทำของคนอื่น (เป็นสิ่งจำเป็นต่อการที่คนเราจะอยู่ในสังคม ต้องปรับตัวกับคนหลากหลาย)


" แนวโน้มของเด็กยุคใหม่จะมีความอดทนต่อเรื่องต่างๆ เหล่านี้น้อยลง จะเห็นได้ทั้งในเด็กเล็กและเด็กโต แต่จะเป็นปัญหามากจนพ่อแม่หนักใจก็เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น กลายเป็นปัญหาพฤติกรรม บางครั้งออกอาการก้าวร้าวเมื่อไม่พอใจ ยิ่งเด็กสมัยนี้กล้าที่จะแสดงความก้าวร้าวกับผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งคำพูดและกิริยา"

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991

 

คุณ หมอบอกว่าเด็กวัยรุ่นที่เปราะบางไม่ได้แสดงออกให้เห็นเป็นปัญหาชัดๆ แต่พ่อแม่มักจะมาบ่นว่าลูกมีปัญหาเรื่องการเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่รับผิดชอบ ไม่เชื่อฟัง ก้าวร้าวกับพ่อแม่


" ปัญหามักจะเกิดตอน 10-11-12 ปีนี่ละครับ เป็นวัยที่เด็กจะต้องเรียนเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น พ่อแม่จะเริ่มหันมาคาดหวังกับเด็ก คาดหวังว่าลูกโตแล้ว จะต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบการเรียน ดูแลเรื่องส่วนตัวได้ดี ดูแลข้าวของไม่หายไม่เลอะเทอะ คาดหวังว่าลูกจะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น พูดอะไรแล้วจะต้องทำตามนั้น มีบุคลิกของผู้ใหญ่มากขึ้น


" ตอนนี้ละ พ่อแม่ก็จะเริ่มเอะใจว่าทำไมลูกไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ก็จะเริ่มเคี่ยวเข็ญลูก กับเด็กที่ไม่ได้มีการฝึกกันมาก่อน พอโตแล้วเขาจะไม่ยอมง่ายๆ ก็จะต่อต้าน โต้เถียง ปึงปัง ไม่พูดด้วย ทำให้แม่ลูกมีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน บางครอบครัวอาจใช้ความรุนแรงกับลูก ด่าว่า ตี โดยเฉพาะคุณพ่อ บางบ้านลูกไม่พูดกับพ่อ"

 

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


ไม่ เพียงพ่อแม่จะเจ็บปวดกับพฤติกรรมของลูก ตัวลูกเองก็จะขาดความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจในตัวเองหรือ self esteem ต่ำ เพราะไม่เคยพยายามทำอะไรให้สำเร็จด้วยตัวเอง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ก็ต่ำด้วย ขาดความพยายาม จะตั้งเป้าหมายให้ตัวเองต่ำ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่เข้มแข็งพอที่จะทำได้หรือผ่านอุปสรรคไปได้ คุณหมอบอกว่าเด็กแบบนี้อาจจะไม่ถึงกับเสียคน แต่ไม่สามารถจะพัฒนาตนให้เต็มศักยภาพได้
มาถึงขั้นนี้แล้ว จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเล็กเลยใช่ไหมคะ แล้วหากจะย้อนไปดูจุดเริ่มต้นมันอยู่ที่ไหนกันแน่


คุณ หมอชาตรีตอบว่า เริ่มที่การเลี้ยงดูแต่เล็กแต่น้อยนั่นแหละ จากประสบการณ์การทำงานทางด้านจิตเวชของคุณหมอ พอสังเกตได้ว่า เด็กที่เปราะบางมักจะมาจากครอบครัวที่มีลูกน้อย มีลูกคนเดียว หรือมีลูกยาก มีลูกเมื่อพ่อแม่อายุมาก เรียกว่า golden child เป็นเด็กที่พ่อแม่ทุ่มเทความรักให้เต็มที่ หรือครอบครัวที่พ่อแม่มีเวลาอยู่กับลูกน้อย มีธุรกิจการงานมาก ให้วัตถุ ความสะดวกสบายทดแทนความเอาใจใส่ แล้วก็ไม่จำเป็นว่าจะเกิดกับครอบครัวฐานะดีหรือปานกลางเท่านั้น ครอบครัวที่ฐานะไม่ดีก็มีไม่น้อย


เด็ก จะเติบโตมาอย่างสบาย อิสระ ไม่มีคนจ้ำจี้จ้ำไช อยากได้อะไรก็มักจะได้ ขาดการใส่ใจอบรมสั่งสอนในเรื่องของระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ ขอบเขต ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งเรื่องตัวเองและส่วนรวม


ที่ สำคัญพ่อแม่ยุคนี้มักมีทัศนคติว่า พ่อแม่ที่ดีต้องเลี้ยงลูกให้มีความสุข เป็นทัศนคติใหม่ที่มากับกระแสวัตถุนิยม ที่คนให้คุณค่ากับชีวิตที่สะดวกสบายและมีความสุข

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


" สมัยก่อนเราจะมีทัศนคติ คนขยันคือคนดี เดี๋ยวนี้เราจะมองว่า ขยันให้โง่ คนฉลาดต้องทำงานน้อยๆ สบายๆ ได้เงินเยอะ พ่อแม่ยุคใหม่ถ้าจะเลี้ยงลูกให้ดี ลูกจะต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการ ยิ่งถ้าฐานะดีก็ยิ่งปรนเปรอให้มาก พ่อแม่มักเข้าใจผิดว่า ลูกจะมีความภาคภูมิใจในตัวเองต่อเมื่อมีอะไรเทียมหน้าเทียมตาเพื่อน ทันสมัย มีบ้านใหญ่ แต่งตัวดี



จริงๆ แล้วความภาคภูมิใจในตัวเองมันเกิดจากรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่มีความดี ตัวเองสามารถควบคุมตัวเองได้ ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของเขา มันอยู่ภายในที่ทำให้เด็กภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่แคร์ว่าฉันจะไปปรากฏตัวด้วยรองเท้ารุ่นไหน เพราะฉันมีคุณค่าในตัวของฉัน ไม่ต้องไปวิ่งตามเพื่อนหรือตามแฟชั่นนัก และจะเกิดความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาพร้อมๆ กัน

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991


" พ่อแม่จึงมักมาบ่นว่า เนี่ย เลี้ยงมาก็ไม่เคยขัดใจ อยากได้อะไรก็หาให้ทุกอย่าง ทำไมยังเป็นแบบนี้อีก เขาไม่รู้ว่าเลี้ยงอย่างนั้นทำให้เด็กอ่อนแอ ไม่รู้จักอดทน อดกลั้น ไม่รู้ขอบเขต ไม่ต้องขวนขวาย ไม่ต้องเรียนรู้ว่าการจะได้อะไรมามันได้มาด้วยความพยายามที่ลงไป และเมื่อทำสำเร็จจะเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นความสุขที่เกิดจากความสำเร็จด้วยตัวเอง "


เด็กยุคนี้จึงทุกข์ง่าย มาตรฐานความสุขสูง และความสุขได้มาด้วยราคาแพงเสมอ


โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991

นอก จากนี้คุณหมอเสริมอีกว่า "lifestyleการเล่นของเด็กยุคนี้ก็สำคัญ จะเป็นการดูทีวี เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นของเล่นไฮเทค เป็นการเล่นคนเดียว เล่นในบ้านในห้องแอร์ เป็นการเล่นที่สบายไม่มีเหงื่อ สมัยก่อนเด็กจะเล่นตามธรรมชาติ เล่นกีฬา เล่นกลางแจ้ง เล่นกันเป็นกลุ่ม ทำให้เด็กเด็กได้ใช้กำลังกาย รู้จักกฎกติกา ต้องปรับตัว มีความคิดสร้างสรรค์ มีการวางแผน แก้ปัญหา การเล่นของเด็กยุคนี้จึงไม่ได้พัฒนาให้เด็กมีความแกร่งทั้งกายและใจ "


ฟังแล้วน่าสงสารเด็กยุคนี้จัง แล้วหากล่วงเลยมาถึงวัยนี้ พ่อแม่อย่างพ่อแม่ของนายครามที่ตกอยู่ในสถานการณ์ข้างต้นจะทำไงดีล่ะคะ
คุณ หมอให้ความหวังว่า ทุกวัยยังแก้ไขได้ แต่ความยากง่ายต่างกัน ผลที่ได้ก็ดีไม่เท่ากัน ถ้ายิ่ง 13 ปีขึ้นไปหรือเข้าวัยรุ่นจะแก้ยากแล้ว คงต้องลงแรงเหนื่อยกันหน่อย

โรงเรียนอนุบาลวัฒนาสาธิต  โรงเรียนสองภาษา จัดการศึกษาแนวสาธิต สำหรับเด็กเนอสเซอรี่ - เด็กอนุบาล 1-3  เน้นกระบวนการคิด  วิเคราะห์   และประยุกต์วิชาการ  พรัอมในการสอบทั้งแนวสาธํิต และคาทอลิค   สนใจติดต่อ 02-3971172 ,02-7464991

 

เพราะ ฉะนั้นถ้าเห็นว่ามันเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องหยุดคิดก่อน หันหน้ามาคุยกันเองก่อนว่าปัญหาคืออะไร มีอะไรเกี่ยวข้อง แล้วหาเวลาที่ปลอดโปร่งโล่งใจคุยกับลูก ส่วนใหญ่ควรตั้งเป้าหมายในเรื่องที่แก้ง่ายที่สุดที่เด็กเองก็อยากเปลี่ยน แปลง อย่างเรื่อง ทำการบ้านไม่เสร็จ หรือทำเสร็จดึก คุยกับลูกว่า "แม่คิดว่าเป็นเพราะลูกเริ่มช้า มัวแต่เล่นเกม ตอนเช้าก็ตื่นไม่ไหว พอตื่นสายก็ต้องเร่งรีบ เกิดหงุดหงิดกัน นี่เป็นปัญหา เรามาช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงดี เรามาตั้งกติกากันใหม่ดีกว่า"


แต่ การตั้งขอบเขตในตอนอายุเท่านี้จะไม่เหมือนกับตอนลูกเล็กๆ แล้วนะคะ ที่พ่อแม่เป็นคนสั่งให้ลูกทำ แต่ตอนนี้ต้องถามลูก พูดคุยให้เห็นประโยชน์ของการตั้งกติกา และร่วมกันหาทางออก เช่น ควรจะเริ่มทำการบ้านกี่โมง เล่นเกมได้เมื่อไหร่ อาจจะหาที่ทำงาน ตั้งโต๊ะในที่ที่เงียบสงบ


ตัว พ่อแม่เองก็ต้องคอยตรวจสอบตัวเองไม่ให้ไหลไปตามกระแสของวัตถุนิยม คอยสำรวจว่า เราให้ลูกมากเกินไปหรือเปล่า อย่าให้ความรักในรูปของวัตถุซึ่งมีแต่ผลเสีย แล้วถ้าเราคิดถึงครอบครัวและลูกเป็นหลักซึ่งต้องการเวลา ความใกล้ชิด ก็ต้องให้เวลาครอบครัวและลูกเป็นหลัก แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น..


"ที่ยากคือพ่อแม่เปลี่ยนไม่ค่อยได้"


คุณหมอทิ้งท้ายชนิดที่ท้าทายเราให้ไปทบทวนตัวเองกันใหม่ค่ะ



จาก: คุณหมออึ่ง



ผู้ตั้งกระทู้ GGG :: วันที่ลงประกาศ 2009-08-15 23:24:01 IP : 115.87.79.136


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3759620)

 คาถาวิเศษ..ในการเลี้ยงเด็ก

โดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
ข้อมูล บทความ เรื่อง คาถาวิเศษ จากวารสารธรรมะสวัสดี ประจำเดือนมกราคม 2555
คุณหญิงเบญจา แสงมลิปรมาจารย์แห่งวงการอนุบาลศึกษาไทย ได้เคยให้คาถาวิเศษแก่ครูอนุบาลไว้เก้าประการ ซึ่งพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และพวกเราทุกคนที่ทำงานกับเด็กอาจนำมาปรับใช้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ อาจเริ่มจากการลองสำรวจดูว่าเราพอจะพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงไร 


1. นักรัก การเลี้ยงดูเด็กเป็นความรับผิดชอบที่ต้องอาศัยระยะเวลาบ่มเพาะต่อเนื่องยาวนาน หากมิใช่ พันธกิจแห่งรัก ย่อมยากที่จะประสบความสำเร็จ คาถาแรกจึงเริ่มจากความรัก ฟังดูอาจจะง่ายเพราะใครๆก็รักเด็กด้วยกันทั้งนั้น แต่จะรักอย่างไรให้พอดี รักให้เด็กเห็นคุณค่าของตนเอง และไม่หลงตนเองจนมองไม่เห็นคุณค่าของผู้อื่น

 

2. นักเล่น การเรียนรู้ของเด็กล้วนเริ่มจากการเล่น แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆมักจะลืมเลือนความสุขจากการเล่นไปนานแล้ว จึงมักจะยัดเยียดเนื้อหาสาระที่อยากให้รู้ ให้จำ ให้ทำจนเด็กเบื่อหน่ายและเข็ดขยาด โดยหลงลืมไปว่า เราเองก็ได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากการเล่นในเยาว์วัย แม้แต่การละเล่นพื้นๆ อย่าง “อีตัก” ก็ยังมีส่วนปลุกฝังความเข้าใจให้เราในเรื่องกติกา การวางแผนการเล่น ความรอบคอบละเมียดละไม ได้มากกว่าการบ่นพร่ำสอนหลายเท่า ฉะนั้น หากเราได้สอดแทรกความปรารถนาดีที่อยากจะถ่ายทอดสู่เด็กสู่การเล่นที่สนุกสนาน ย่อมจะเป็นการสอนที่ได้ทั้งผล และได้ทั้งใจของเด็กอย่างแน่นอน

 

3. นักร้อง ไม่น่าเชื่อว่าดนตรีจะช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เด็กเล็กๆที่กำลังร้องไห้งอแงจะค่อยๆสงบลงเมื่อได้ฟังเพลงที่ไพเราะรื่นหู เพลง”ดอกไม้บาน”ของเสถียรธรรมสถานเป็นตัวอย่างที่ดีของคาถาวิเศษที่ได้ช่วยให้ห้องเรียนที่กำลังปั่นป่วนกลับคืนสู่บรรยากาศแห่งความปกติสุข และไม่ว่าผู้ใหญ่จะร้องเพลงด้วยเสียงที่ต่ำกว่ามาตรฐานเพียงไร เพลงนั้นก็ยังทรงพลังที่จะสื่อสารความรัก ความอบอุ่น ความสนุกสนานไปยังเด็กๆได้เสมอ

 

4. นักรำ การแสดงออกด้วยท่าทางทั้งที่อ่อนช้อย งดงาม สนุกสนาน หรือเก้งก้าง ตลกขบขันล้วนเป็นสื่อที่จะสะกดให้เด็กๆ ติดตามดู เลียนแบบ และจดจำได้ไม่รู้ลืม เด็กอนุบาลในประเทศญี่ปุ่นต่างได้รับการปลูกฝังให้รักธรรมชาติโดยผ่านระบำที่จำลองท่าทางจากชีวิตจริงของสัตว์ที่อยู่รอบตัว เช่นระบำปลาแซลมอนที่ว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อวางไข่ ในวัฒนธรรมไทยก็มีระบำที่สร้างขึ้นจากชีวิตพื้นบ้านอยู่ไม่น้อย เช่น ระบำสาวไหม ระบำไก่ชน ระบำแหย่ไข่มดแดง หากจะปรับประยุกต์ด้วยการสอดแทรกแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นบ้าง ระบำที่งดงาม สนุกสนานเหล่านี้ย่อมกลายเป็นสื่อในการปลุกจิตสำนึกที่ดีให้แก่เด็กๆ

 

5. นักเล่า เด็กๆตัวเล็กตัวน้อยสักเพียงใดล้วนสามารถสนองตอบต่อการเล่าเรื่องเสมอ ยิ่งถ้าเรื่องเล่านั้น เป็นการต่อยอด จากการ “ฟัง”จากเด็กๆ จนสามารถเลือกสรรถ้อยคำ เรื่องราว และเนื้อหาให้พอเหมาะพอเจาะกับอายุ ความสนใจ หรือความกังวลใจได้แล้ว จะได้ผู้ฟังที่แสนจะตั้งอกตั้งใจ ไม่ช้าไม่นาน คำพูด เรื่องราว และท่าทีอากัปกิริยาที่เราได้เล่าขานไปก็จะพรั่งพรูกลับมาจากผู้ฟังตัวน้อยๆให้เราได้ชื่นใจ งานวิจัยยังได้ให้ข้อมูลที่น่าคิดว่าเด็กๆที่เติบโตในครอบครัวที่ชอบอ่านชอบเล่าจะมีคลังคำบันทึกไว้ในสมองมากกว่าเด็กๆที่ขาดนักอ่านนักเล่าในครอบครัวหลายเท่าตัว และความแตกต่างนี้เองเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในพัฒนาการทางภาษาและผลการเรียนในระยะต่อมา

 

6. นักฝัน ไม่มีฝันใดจะบรรเจิดเท่ากับจินตนาการของเด็กผู้ยังไม่มีกรอบของหลักการและความคุ้นชินมาครอบงำ หากผู้ใหญ่จะกระตุ้นให้เด็กได้ใช้พลังสร้างสรรค์ หรืออย่างน้อยปล่อยใจให้ร่วมในความฝันของเด็กๆโดยสอดแทรกเนื้อหาแต่เพียงพอดี และกำกับดูแลเท่าที่จำเป็นแล้ว เราคงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของลุกหลานไทยในอนาคต ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดจะเห็นได้จากโครงการเฉลิมพระเกียรติ”เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ที่เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จวบจนปัจจุบัน มีนักเรียนทั่วประเทศได้ร่วมกันฝัน ร่วมกันคิด จนเกิดโครงการจิตอาสาที่สร้างสรรค์อย่างน่าทึ่งหลายหมื่นโครงการ

 

7. นักแต่ง คุณหญิงเบญจา แสงมลิได้เตือนครูอนุบาลให้รู้จักที่จะ แต่งหน้า แต่งตัว แต่งเพลง แต่งนิทาน และแต่งบรรยากาศในห้องเรียน จึงไม่น่าแปลกใจที่เราได้เห็นหนังสือเด็กที่มีคุณภาพจำนวนมากเกิดจากฝีมือของครูอนุบาล สำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆไป อาจคัดสรรจากสื่อสำเร็จรูปที่มีอย่างพร้อมพรั่งสมบูรณ์ และนำมาปรับแต่งให้เชื่อมโยงกับชีวิตและความสนใจของเด็กยิ่งขึ้น นานๆเข้า อาจค้นพบพรสวรรค์ และความกล้าหาญที่จะลงมือแต่งเรื่องราวเป็นหนังสือได้เอง ดังที่คุณพ่อคุณแม่ คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายจำนวนไม่น้อยที่ได้แปรสภาพจากนักแต่งจำเป็น เป็นนักเขียนหนังสือเด็กไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

 

8. นักคิด แม้ว่าการเรียนรู้ของเด็กจะวางอยู่บนพื้นฐานของความสนุกสนาน เพลิดเพลินอย่างเป็นธรรมชาติ แต่จะได้ผลก็ต่อเมื่อมีการวางแผนให้เกิดการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ความสนใจ และ สิ่งที่อยากจะกล่อมเกลาปลุกฝัง บทเรียนจากช่วงต้นของการปฏิรูปการศึกษาได้เตือนเราว่าเมื่อเราพยายามลดความเครียดในการเรียนของเด็ก ด้วยการสรรหากิจกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนสนุกสนาน เรามักจะละเลยที่จะเชื่อมโยงกิจกรรมเหล่านั้นไปสู่วัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ทำให้เด็กมีความสุข อยากมาโรงเรียนมากขึ้น แต่ไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นเท่าที่ควร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ยังคงตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

 

9. นักทำ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการลงมือทำเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ได้ผลอย่างครอบคลุมที่สุด ลองนึกถึงเด็กๆที่มีโอกาสลงมือสร้างบ้านดินที่เสถียรธรรมสถาน แต่ละคน คงจะได้ทั้งความรู้ และทักษะเรื่องบ้าน เรื่องดิน เรื่องการทำงานเป็นกลุ่มคู่ขนานไปกับการปลูกฝังความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ความมั่นใจในฝีมือความสามารถ และความภาคภูมิใจในผลงานซึ่งจะเกิดขึ้นได้ยากหากไม่ได้ผ่านประสบการณ์ตรง ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องเป็นทั้งแบบอย่างที่ดี และหาโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงที่เหมาะสมกับวัย

 

คาถาทั้งเก้าประการจะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ด้วยคาถาประการที่สิบคือการเป็น นักอ่าน เพราะการอ่านสามารถเชื่อมโยงคาถาทั้งเก้าประการเข้าด้วยกัน การอ่านเป็นตัวช่วยในการพัฒนาความเป็นนักเล่น นักเล่า นักร้อง นักรำ นักแต่ง นักฝัน นักคิดและนักทำเพราะหนังสือเป็นขุมทรัพย์ที่ได้รวบรวมแนวคิด ข้อมูล ตัวอย่างไว้อย่างครบถ้วน ที่สำคัญ การอ่านหนังสือร่วมกันในครอบครัวยังเป็นปฏิสัมพันธ์ที่ทรงพลังยิ่งนัก เป็นการใช้เวลาร่วมกันที่มีคุณค่า เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ร่วมกัน และเป็นการถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใยที่จะเป็นคาถาวิเศษปกป้องคุ้มครองให้ลูกหลานเจริญเติบโต อยู่รอดปลอดภัยและยังประโยชน์ให้แก่สังคมไม่ว่าสังคมนั้นจะเผชิญวิกฤติ หรือเปลี่ยนแปลงเพียงใด

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2015-01-13 23:28:18 IP : 171.96.185.144



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.