ReadyPlanet.com


เลี้ยงลูกเชิงบวก พัฒนาสติปัญญา


เลี้ยงลูกเชิงบวก พัฒนาสติปัญญา

เพราะ "ลูก" คือ รางวัลชีวิตที่มีค่าของ "พ่อแม่" ดังนั้นการอบรมเลี้ยงดูลูกจึงกลายเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ที่จะปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกตั้งแต่เกิดจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่

พญ.จิตรา วงศ์บุญสินด้วยเหตุนี้ กรมสุขภาพจิต ร่วมกับองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาเด็ก เป็นเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งให้ครอบครัวมีความเข้มแข็ง และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จัดการประชุมวิชาการ "การพัฒนาสติปัญญาเด็กไทย" ครั้งที่ 5 ประจำปี 2551 และอภิปรายในหัวข้อ "พ่อแม่ยุคใหม่ ใส่ใจลูกเชิงบวก" โดยมี ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ พญ.จิตรา วงศ์บุญสิน กุมารแพทย์ โรงพยาบาลบางปะกอก ร่วมพูดคุย ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท เมื่อวันก่อน

พญ.จิตรา กล่าวว่า พ่อแม่ทุกคนมุ่งหวังที่จะให้ลูกเป็นคนดีและเก่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะก้าวไปสู่เด็กดีและเก่งได้นั้น จะต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตเป็นพื้นฐานก่อน พ่อแม่ควรจะหันกลับมามองว่า เราจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้ลูกมีความสุข ซึ่งความสุขเหล่านี้จะต้องเกิดจากความรักภายในครอบครัวนั่นเอง

"ลูกๆ เป็นเหมือนกระจกเงาที่สำคัญของพ่อแม่ นั่นหมายถึงลูกๆ จะเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งอายุ 20 ปี ดังนั้นพฤติกรรมที่เราไม่อยากให้ลูกเห็น ก็ควรเก็บเข้าไว้ในลิ้นชักเมื่อเริ่มเป็นพ่อแม่ และหลังจากที่ลูกอายุ 20 ปีขึ้นไป พฤติกรรมการเลียนแบบก็อาจจะมีอยู่แต่จะลดน้อยลง เมื่อเราดูโทรทัศน์มักจะเห็นเด็กอัจฉริยะกันบ่อยๆ นั่นเพราะเขามีความสุขในการใช้ชีวิต เมื่อเรามีความสุขเราก็สามารถใช้กำลังสมองในการคิดได้อย่างเต็มที่ ความคิดความอ่านของเขาก็จะพัฒนาไปได้สูงสุดเท่าที่เขามีความสามารถ" กุมารแพทย์ชี้แนะ

คุณหมอยังกล่าวต่อว่า การจะเลี้ยงลูกให้มีความความสุข จะต้องพัฒนาลูกทั้งด้านร่างกาย และสติปัญญา นอกจากนี้พ่อแม่ควรจะสอนให้ลูกรู้จักความรับผิดชอบ และรู้จักผิดชอบชั่วดีไปพร้อมๆ กัน

ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ"คนที่จะเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์ได้นั้น ต้องเข้มแข็งในการพูดกับลูก พ่อแม่มีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นของลูก แต่การตัดสินใจเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ซึ่งต้องแฝงไปด้วยความนุ่มนวลและความเด็ดขาด สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องไม่ยอมให้ลูกมาอยู่เหนือเรา ในทางกลับกันหากพ่อแม่ทำผิด ก็ควรขอโทษลูกโดยไม่อาย เพราะการกระทำของเราจะเป็นตัวอย่างที่ลูกจะค่อยๆ ซึมซับ สภาพจิตใจและจิตวิญญาณของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ พ่อแม่ไม่ว่าจะมียศสูงแค่ไหน ก็ควรจะสอนลูกให้รู้จักตัวตนที่แท้จริง เพราะหากวันไหนที่ไม่มียศเหล่านี้แล้ว เด็กจะไม่เข้าใจและจะอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ พ่อแม่จึงควรจะให้เวลากับปัจจุบัน ไม่ควรเสียใจกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว และไม่ควรกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง" พญ.จิตรา กล่าวสรุป

ด้าน ศ.พญ.นงพงา กล่าวว่า จิตวิทยาเชิงบวกสำคัญมากในการเลี้ยงลูก เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นพลังงานสะสมอยู่ในตัวเด็ก และจะแสดงออกมาทางกระบวนการคิดและการกระทำ โดยสามารถสังเกตจากสีหน้า หากเด็กสะสมพลังงานบวกจะกลายเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งและอารมณ์ดี ในทางกลับกันหากเด็กสะสมพลังงานลบเอาไว้มาก สีหน้าจะไม่มีความสุขและเครียดตลอดเวลา

"เราควรเลี้ยงลูกตามธรรมชาติ อย่าไปมีสูตรสำเร็จตายตัว และอย่าเลี้ยงลูกเพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ ควรเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างเต็มที่ตามศักยภาพของเขา และต้องเข้าใจว่าธรรมชาติคนเราไม่เหมือนกัน แต่สังคมต้องการคนทุกไอคิวเพื่อประกอบกันให้เป็นสังคมมนุษย์ ดังนั้นควรจะสอนลูกให้เป็นคนดีของสังคมจะดีกว่า" ศ.พญ.นงพงาแนะนำ

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณข้อมูล จาก
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



ผู้ตั้งกระทู้ Modern mom :: วันที่ลงประกาศ 2008-06-13 16:34:31 IP : 124.120.96.131


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2106645)

real hair wig Clearance Wigs style it It is ideal for making wigs black women The selections vary from costumes wigs lace front wig.

ผู้แสดงความคิดเห็น tam (josephine-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-10 18:36:03 IP : 125.126.157.28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.