ReadyPlanet.com


สอนลูกให้เป็น “ไทย”



 โดย นพ.อุดม เพชรสังหาร

สังคมไทยในรอบปีที่กำลังจะผ่านพ้นไปเรียกได้ว่าหนักเอาการ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัญหาการเมืองภายในของเราเอง ที่กระหน่ำซ้ำเติมให้ปัญหาเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าทุกอย่างมันจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น  นี่ปีใหม่ก็กำลังจะมาถึงแล้ว อะไรที่มันไม่ดีก็ขอให้วางมันเสียเถอะครับ เรามาเริ่มต้นใหม่พร้อมกับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกันดีกว่า

แต่สิ่งที่ผมยังเป็นกังวลไม่ใช่เรื่องของการเมือง หรือเรื่องของเศรษฐกิจ ผมกังวลกับโรคแทรกซ้อนอันเป็นผลเนื่องมาจากการเมืองที่ผ่านมา ที่จะส่งผลต่อลูกหลานของเรามากกว่า

การต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมาของผู้ใหญ่หลายกลุ่ม หลายฝ่าย ได้สร้างแบบอย่างที่เลวร้ายให้กับลูกหลานไทยอย่างน่ากลัวยิ่งนัก

การด่าประจานกันด้วยถ้อยคำหยาบคาย ประชดประชัน และแดกดันผ่านทางสื่อต่างๆ การใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา การละเมิดกฎหมาย ละเมิดผู้อื่นโดยอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ  การแบ่งกลุ่มเลือกข้าง การไล่ตามด่ากันตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้คือแบบอย่างที่ลูกหลานไทยได้รับรู้ และซึมซับแบบเต็มๆ ตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น อีกไม่นานเราคงได้สัมผัสกับผลงานที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนได้ช่วยกันสร้างขึ้นกับลูกหลานของเรา

ผมได้เขียน และพูดมาตลอดว่าในสมองของมนุษย์ทุกคนนั้น มีเซลล์อยู่ชนิดหนึ่งเรียกว่า "เซลล์กระจกเงา" หน้าที่อย่างหนึ่งของมันก็คือ "การเลียนแบบ" เอาพฤติกรรมต่างๆ ของคนอื่นมาเป็นพฤติกรรมของตัวเอง การที่คนโบราณสอนเราว่า "ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น" นั่นแหละครับคือการทำงานของเซลล์กระจกเงา ซึ่งแปลว่าพ่อแม่มีนิสัยอย่างไร ลูกก็ย่อมจะมีนิสัยไม่แตกต่างกัน การได้เห็นแบบอย่าง เห็นวัตรปฏิบัติของพ่อแม่อยู่ทุกวัน เซลล์กระจกเงาที่ว่ามันก็จะทำการเลียนแบบ นำเอาวัตรปฏิบัติของพ่อแม่มาเป็นของตนเอง สุดท้ายลูกก็เลยมีนิสัยเหมือนพ่อแม่ ไม่ว่าพ่อแม่จะมีนิสัยดีหรือไม่ดีอย่างไร เซลล์กระจกเงามันรับมาหมด คนโบราณถึงได้พูดว่า "ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น"

ในสมองผู้ใหญ่อย่างเรา ก็มีเซลล์กระจกเงาด้วยเช่นกัน แต่เหตุที่เราไม่เลียนแบบไปทุกอย่าง  ก็เนื่องมาจากสมองส่วนหน้าหรือ Prefrontal Cortex ของเรา ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ตัดสินผิดชอบชั่วดีนั้น มันเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว เราจึงสามารถเลือกได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควรหรือไม่ควร แต่สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สมองส่วนนี้ยังโตไม่เต็มที่ แบบอย่างดีหรือไม่ดี เขายังแยกแยะได้ไม่ดีนัก เมื่อเจอแบบอย่างไม่ดีเข้าบ่อยๆ โอกาสที่เขาจะเลียนแบบเข้าไปมันจึงเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤติมักจะมีโอกาส ในความไม่ดีเราก็สามารถเอามาเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้เราได้มองเห็นความดีชัดเจนยิ่งขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในรอบปีที่ผ่านมา หากเรามองว่ามันคือความเสียหายเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร แต่หากเรานำสิ่งเหล่านี้มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ เพื่อที่จะช่วยให้เราไม่พลาดอีก หรือเพื่อกระตุ้นเตือนให้เราได้ทำการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา ก็คงดีกว่าที่เราจะเอาแต่บ่น ข้อสำคัญการเอาแต่บ่นของเราก็จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูกหลานของเราอีกเช่นกัน

"ความเป็นไทย" คือสิ่งที่พ่อแม่ไทยทุกคนอยากให้ลูกมี แต่เรามักจะสอนความเป็นไทยให้ลูกด้วยการบอกเล่า ในขณะที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราและลูกของเรา ตัวอย่างของความเป็นไทยมีให้เห็นน้อยลงทุกที ผู้ใหญ่ที่ด่าทอกันด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ดารานักร้องนักแสดงที่พูดเรื่องการเปลี่ยนคู่โดยถือเป็นเรื่องธรรมดา การทดลองอยู่ด้วยกันฉันผัวเมียก่อนที่จะมีการแต่งงานกันตามประเพณี  เพื่อทดสอบว่าจะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็แยกทางกัน การแต่งกายที่ล่อแหลม เหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่สวนทางกับความเป็นไทยทั้งสิ้น เราคงไม่สามารถไปยับยั้งปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น แต่เราก็สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ได้ โดยบอกและแสดงให้ลูกของเราเห็นว่าเราไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านี้ นี่คือการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่สวนทางกับความเป็นไทยที่กำลังปรากฏอยู่อย่างดาษดื่นในสังคมไทยปัจจุบัน

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมองมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องเซลล์กระจกเงา ความรู้เรื่องพัฒนาการของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ตัดสินผิดชอบชั่วดีให้กับเรา ทำให้เรารู้ว่าวิธีการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดของคนเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กๆ คือการเรียนรู้จากการเห็นแบบอย่างจากผู้ใหญ่ หรือการเลียนแบบนั่นเอง การเรียนรู้เรื่องภาษา ทักษะในการดำเนินชีวิต การทำมาหากิน การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ล้วนเกิดจากการเลียนแบบทั้งสิ้น

ดังนั้น หากเราต้องการให้ลูกของเรามีความเป็นไทยเกิดขึ้นในตัวเขา สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ  การทำแบบอย่างของความเป็นไทยให้ลูกได้เห็น

เราต้องการให้ลูกเป็นคนมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ วิธีการสอนก็คือเราต้องแสดงความมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ ต่อพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเราให้เขาเห็น

เราต้องการให้ลูกเราเป็นคนใจเย็น ไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้ง เราก็ต้องแสดงความใจเย็นให้เขาดู และไม่ทะเลาะกันให้เขาเห็น

เราต้องการให้เขาเป็นคนมีเมตตากรุณา รู้จักเอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่น ก็ต้องสอนโดยการแสดงความเมตตา แสดงความเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นให้เขาได้ดูเป็นแบบอย่าง

ผมคงไม่สามารถจาระไนความเป็นไทยทั้งหมดได้ แต่หลักที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ให้ทบทวนว่าความเป็นไทยเรื่องไหนบ้างที่เราต้องการสอนลูก จากนั้นก็พิจารณาว่าความเป็นไทยเรื่องนั้นๆ มันมีวิธีการแสดงออกในเชิงปฏิบัติอย่างไร เมื่อได้วิธีการแล้ว ก็ลงมือปฏิบัติเป็นกิจวัตรให้ลูกเห็นอย่างสม่ำเสมอ ไม่นานเขาก็จะสามารถแสดงความเป็นไทยออกมาได้ เมื่อเขาเกิดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ  ในที่สุดเขาก็จะค่อยๆ เกิดความเข้าใจในความเป็นไทย หากผนวกเข้ากับคำอธิบายเชิงเหตุและผลของพ่อแม่ ตามความสามารถในการรับรู้เหตุและผลของเด็ก ความเป็นไทยของเขาก็จะมีความเข้มแข็งในที่สุด

แต่สิ่งที่จะลืมไม่ได้โดยเด็ดขาดก็คือ เราจะต้องแสดงให้ลูกเห็นเสมอเมื่อมีโอกาสได้เห็นสิ่งที่สวนทางกับความเป็นไทยว่าเราไม่ชอบ สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี สิ่งนี้ไม่ใช่ความเป็นไทยครับ

ข้อมูลจาก : นิตยสาร   ฉบับที่ 311 เดือนธันวาคม พ.ศ.2551


ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2008-12-10 09:53:23 IP : 124.120.109.46


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2106600)

louis vuitton gucci bags Madrid and New York The Prada shoe louis vuitton use these sites if you have a replica men bags lv handbag lv.

ผู้แสดงความคิดเห็น albert (off-at-google-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-10 18:27:14 IP : 125.126.157.28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.