ReadyPlanet.com


การบ้านของหนูไม่หมูนะ


 

โดย: ฌานนิจ

ทำความเข้าใจ การบ้านวัยอนุบาล 

 


คุณพ่อคุณแม่คิดว่าการบ้านของเด็กอนุบาลต้องมีหน้าตาเป็นแบบไหนคะ บางทีความเข้าใจเรื่องการบ้านของเจ้าหนูวัยอนุบาลที่คุณเคยมีมาแต่ต้นอาจเป็นศูนย์ก็ได้

เราจะคุยกันถึงเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กอย่างเรื่อง"การบ้าน" ค่ะ ที่ว่าเรื่องเล็กๆ เพราะการบ้านของวัยอย่างเจ้าหนูน่ะ ใช้เวลาในการทำไม่นานเท่าไหร่หรอก แล้วก็ยังไม่เยอะ ส่วนที่ว่าเรื่องไม่เล็ก ก็เป็นเพราะว่าเจ้างานชิ้นเล็กชิ้นนี้ล่ะค่ะ ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้และปลูกฝังพฤติกรรมรวมถึงทัศนคติในแง่ดีที่มีต่อการบ้านและการเรียนในอนาคตด้วย


ทำไมต้องมี "การบ้าน"


ก็เพื่อต้องการให้เกิดกิจกรรมที่เชื่อมโยงชีวิตระหว่างที่โรงเรียนและบ้าน การบ้านในวัยนี้จึงช่วยในการเตรียมพร้อมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตัวเองให้พร้อม พัฒนากล้ามเนื้อ พัฒนาความรู้สึกรับผิดชอบ และก็พัฒนาความรู้สึกที่ดีต่อการที่จะเอากิจกรรมหรืออะไรก็ตามที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนมาทำที่บ้าน


นอกจากนี้การบ้านยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าตัวยุ่งในอนาคต เพราะต่อไปลูกของเราก็ต้องเรียนระดับชั้นที่สูงขึ้น การบ้านในวัยอนุบาลจึงต้องช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีและความพร้อมที่จะเข้าไปเรียนรู้ในชั้นสูงต่อไป ถ้าลูกได้รับการเตรียมความพร้อมมาแล้ว เวลาที่เขาทำการบ้านเขาจะมีความสุข แล้วความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ก็จะถูกปลูกฝังจนกลายเป็นตัวตนของเขาขึ้นมา เด็กจะทำโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายหรือรู้สึกว่าถูกบังคับให้ต้องมาทำการบ้าน

เรียนรู้หลากหลายจากการบ้าน


เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างคือการการบ้านจะนำไปสู่การเรียนรู้การพัฒนา การฝึกฝนในด้านต่างๆ แล้วการบ้านในวัยนี้ไม่ได้เน้นเรื่องความถูกผิด แต่มุ่งไปที่ลูกได้เรียนรู้อะไรจากการบ้านมากกว่า


ผู้ปกครองหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีส่วนสำคัญอย่างมากกับการเรียนรู้ของลูก เอาง่ายๆนะคะ แค่เวลาที่เราอยู่กับลูกตอนที่ทำการบ้าน ตรงนี้ลูกเรียนรู้อะไรได้เยอะเชียวค่ะ อย่างเช่น ถ้าพ่อแม่มาดูแลเอาใจใส่เวลาที่เขาทำการบ้าน มานั่งอยู่ใกล้ๆ ยิ้มแย้ม ให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง จะผิดจะถูกก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ พ่อแม่ให้ความสำคัญ ลูกจะรู้สึกเลยว่าการบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญขนาดพ่อแม่ยังต้องสนใจกับการบ้านของเขาเลย พอเขาไปเรียนในชั้นประถมต้องมีการบ้าน เขาก็จะทำด้วยความรับผิดชอบ ด้วยความรู้สึกที่ดีกับการทำการบ้านเพราะถูกเตรียมพร้อมมาแล้วตั้งแต่อนุบาล


พ่อแม่ต้องเข้าใจด้วยนะคะว่าเรื่องเนื้อหาของการบ้านเด็กวัยอนุบาลไม่ใช่สิ่งที่เน้นมากนัก เพราะเนื้อหาเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดกิจกรรม เพื่อให้เด็กได้ประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อให้เกิดพัฒนาการด้านต่างๆ ขึ้น เนื้อหาจึงเป็นแค่สื่อ ไม่ได้เป็นตัวหลักของการที่เด็กจะทำการบ้าน เพราะฉะนั้นผิดถูกไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญน่าจะเป็นกระบวนการในการทำค่ะ เพราะเราจะนำมาใช้ในการสังเกตพัฒนาการด้านต่างๆ

พ่อแม่..สาระสำคัญของการเรียนรู้


เมื่อตอนต้นได้เกริ่นไปให้ฟังหน่อยแล้วนะคะว่าท่าทีของพ่อแม่ที่ยิ้มแย้ม มีความสุข เอาใจใส่กับการทำการบ้านของลูก มีความสำคัญต่อการปลูกฝังทัศนคติในการทำการบ้านของลูก เขาจะเห็นว่าการทำการบ้านเป็นสิ่งสำคัญ และมีความรู้สึกดี ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนในอนาคต แต่หากเมื่อไรที่เรามีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ก็จะทำให้การเรียนรู้ของลูกเป็นไปในทางลบทีเดียวล่ะ


- ไม่สนใจการบ้านของลูก อยากจะทำอะไรก็ทำไป
- ทำการบ้านแทนลูก
- บ่นหรือไม่พอใจเวลาที่เจ้าตัวซนทำงานช้า
- ดุหรือเร่งรัดเอาคำตอบเวลาที่ลูกทำผิด
- ต้องทำให้ถูกทุกข้อ


แต่ละข้อที่ว่ามา ล้วนมีผลต่อพัฒนาการของเด็กวัยนี้ทั้งนั้นเลยค่ะ เพราะเจ้าตัวเล็กเขาจะเรียนรู้พฤติกรรมเหล่านี้จากเรา แล้วซึมซับวันเแล้ววันเล่าเก็บสะสมไปเรื่อยๆ จนเมื่อเขาเข้าเรียนในชั้นประถม ทีนี้ล่ะค่ะสิ่งที่เราเพาะพันธุ์เอาไว้ก็จะเริ่มแสดงผล อย่างถ้าเราเร่งๆ ลูกเวลาที่เขาทำการบ้าน ความรู้สึกที่มีกับผู้ใหญ่จะเป็นไปในแง่ลบ แล้วเขาจะเริ่มคิดว่าเจ้าการบ้านนี่เป็นตัวการที่ทำให้เขาต้องมานั่งรีบๆ ทำ แล้วมาโดนผู้ใหญ่เร่ง อารมณ์เสีย เขาจะไม่มีความสุขเลยเวลาทำการบ้าน

การบ้านแบบไหน..ใช่เลย


ความยากหรือความละเอียดของการบ้านก็ควรค่อยๆ เพิ่มตามลำดับชั้นนะคะ อย่างอนุบาล 1 อาจจะเป็นแค่การลากเส้น อนุบาล 2 ก็อาจจะมีเรื่องของรูปทรง มิติ เพิ่มเข้ามา อนุบาล 3 มีเรื่องจำนวนให้เด็กเริ่มนับ อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็อย่าไปติดว่าการบ้านของลูกควรจะเป็นการอ่านหรือเขียนอย่างเดียว การวาดรูประบายสีก็เป็นการบ้านที่ช่วยให้เด็กฝึกทักษะได้ตั้งหลายอย่าง เช่น ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือ การแยกสีต่างๆ ส่วนการบ้านที่เป็นการคัดเขียนตัวอักษรแล้วต้องใช้เวลานานๆ เกิน 10-15 นาที เด็กๆ ของเราไม่มีสมาธิได้นานขนาดนั้นหรอกค่ะ นอกจากถูกเราบังคับ แล้วการบ้านแบบนี้ก็ไม่สอดคล้องกับตาและมือที่จะต้องพัฒนา

เข้าใจธรรมชาติของลูก


ยังมีพ่อแม่อยู่มากมายค่ะที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก กลับไปยึดติดว่าลูกเรียนอนุบาลก็ควรจะให้การบ้านที่เป็นการหัดคัดหัดเขียน กะเกณฑ์เอาว่าลูกควรจะเขียนหนังสือได้ อ่านหนังสือออก แท้จริงแล้วธรรมชาติของเด็กวัยนี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้มากถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณพ่อคุณแม่มักจะวิตกกังวลอาจจะด้วยความกลัวว่าลูกจะเรียนได้ช้าไม่ทันคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้วการเร่งลูกเรียนสิคะ จะมีปัญหาที่ตามมาทีหลังเยอะกว่าอีกนะ


เพราะการที่ไปเร่งการเรียนรู้ให้กับเด็ก เท่ากับเราไปฝืนธรรมชาติ ทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาคุณลักษณะภายในบางประการ อย่างการพัฒนาบุคลิกภาพ การควบคุมอารมณ์ การพัฒนาทางสังคม การยอมรับความเป็นผู้นำ


เชื่อค่ะว่าความรักความเอื้ออาทร และความเป็นห่วงเป็นใยต่อเจ้าตัวซน มีอยู่ในตัวของพ่อแม่ทุกคนค่ะ แต่ต้องไม่ลืมที่จะเติมความเข้าใจลงไปด้วยนะคะ เพราะเด็กมีธรรมชาติที่เป็นของเขาเอง ถ้าเรารู้และเข้าใจ เราก็จะได้ลูกที่มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ทั้งกายและใจเลยล่ะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลวิชาการจาก ดร.วัฒนา มัคคสมัน ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนวรรณสว่างจิต

 

 

จาก: นิตยสาร Kids & School



ผู้ตั้งกระทู้ admin :: วันที่ลงประกาศ 2009-06-04 22:04:42 IP : 124.120.103.54


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2106747)

hair extensions prices black wigs more confidence than when they went wigs with fantastic hair wigsHair wigs are human hair black hair wig.

ผู้แสดงความคิดเห็น portu (golden-at-live-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-10 18:52:15 IP : 125.126.157.28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.