ReadyPlanet.com


อย่างนี้...เรียกพฤติกรรมก้าวหน้าหรือถดถอย


อย่างนี้...เรียกพฤติกรรมก้าวหน้าหรือถดถอย

 โดย กองบรรณาธิการนิตยสาร kids and school
 ทุกพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกแม้เล็กน้อยก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งกังวลและเกิดอาการงงๆ ได้ตลอด ซ้ำร้ายยังพาให้คิดวิเคราะห์หาสาเหตุไปต่างๆ นานา ว่าทำไม...ลูกดื้อมากขึ้น รักอิสระมากขึ้น ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณพ่อคุณแม่เสียแล้วหรือ เปลี่ยนไปจนรับมือแทบไม่ทัน

พัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงของลูกเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนเพราะนอกจากความรักและห่วงใยแล้ว ยังต้องรับมือกับลูกโดยตรง บางครั้งเหมือนลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าแต่บางครั้งก็ดูถดถอย เพราะลูกไม่ใช่เครื่องจักร หากแต่มีชีวิตจิตใจ ที่ผันแปรไปตามอารมณ์และความรู้สึกที่มักเกิดขึ้นในช่วงวัยต่างๆ จำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจพัฒนาการของลูกให้มากที่สุด
ดังนั้น จึงขอเสนอความเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการเด็ดๆ ของลูก ที่คุณพ่อคุณแม่มักพบเจอและไม่เข้าใจถึงพายุลูกเล็กๆ ลูกนี้ค่ะ

คุณพ่อยศ....น้องก้อง วัย 3 ปี
"ตอนนี้สบายใจขึ้นเยอะเลยครับ เพราะจากที่น้องก้องชอบวีน โมโหร้าย แตะนิดแตะหน่อยเป็นไม่ได้ ตอนนี้ดูเหมือนจะพูดกันด้วยเหตุผลดีขึ้นมากแล้วครับ พูดรู้เรื่องขึ้น แต่ยังหวาดๆ อยู่ว่าจะเกิดเหตุการณ์พายุหมุนแบบแต่ก่อนอีกหรือเปล่า"
ไขข้อข้องใจ ทำไมโมโหร้าย
เข้าใจคุณพ่อยศดีเลยค่ะ เพราะวัยก่อนเข้าอนุบาลหรือล่วงเลยเข้าถึงวัยอนุบาลนั้น มักมีปัญหาลูกอยู่ในอารมณ์วัยทอง แต่พฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เป็นพฤติกรรมก้าวหน้าหรือแปลกจนน่าตกใจนะคะ แต่ถือเป็นภาวะปกติของวัยนี้
อ๊ะ.. อย่าเพิ่งขำกันไป เนื่องจากวัยทองหรือ Terrible two คือพัฒนาการของเด็กวัย 2 ปีครึ่ง - 3 ปี ที่ชอบท้าทายและขัดคำสั่งอยู่เสมอ แม้อะไรที่เคยทำได้ก็ไม่อยากทำ หรือสิ่งที่ไม่เคยอยากทำก็นึกคึกต้องการจะทำ ทำให้ต้องรบรากับคนในครอบครัวเสมอ และยิ่งเป็นลูกคนเดียวด้วยแล้ว ดูเหมือนอำนาจการต่อรองของเขาทำเอาคุณพ่อคุณแม่ปวดหัวทีเดียว
แต่พัฒนาการที่ผันผวนแบบนี้จะค่อยๆ หายไปเองและไม่ย้อนกลับมาอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะลูกได้เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ช่างคิด และมีเหตุผลมากกว่าแต่ก่อนมาก รวมทั้งการสอนของคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกแบบที่มีเหตุผลด้วย เช่น "ที่พ่อไม่ให้ลูกรินน้ำเอง เพราะเหยือกใหญ่มาก ลูกรินไม่ไหว ถ้าน้ำหกจะเลอะเปรอะตัวลูกไปหมดเลยนะ" เป็นต้นค่ะ

คุณแม่หยาด...หนูไหมวัย 4 ปี
"ลูกอ้อนมากขึ้นค่ะ จากที่เคยทำอะไรเองได้บ้าง กลับให้เราทำให้ทุกอย่าง เหมือนว่าตัวเองทำอะไรเองไม่เป็นค่ะ"
ไขข้อข้องใจ ทำไมถดถอย
เป็นปกติค่ะ ยิ่งถ้าลูกมีน้องเล็กหรือเพิ่งเข้าโรงเรียนด้วยแล้ว จะอ้อนมากกว่าปกติมาก เช่น เคยใส่รองเท้าเองกลับใส่ไม่ได้เสียอย่างนั้น
สบายใจได้ค่ะ ลูกไม่ได้เป็นอย่างนี้ตลอดไป เป็นเพียงช่วงที่ต้องการความสนใจเฉยๆ เพียงแต่ต้องไม่ตามใจลูก และพูดให้กำลังใจว่า "หนูเคยทำได้ และคุณแม่มั่นใจว่าลูกทำได้แน่นอน" ภาวะถดถอยจะอยู่ไม่นานค่ะ

คุณแม่เปิ้ล...หนูนีน่าวัย 5 ปี
"แต่ก่อนนิสัยลูกไม่ได้เป็นคนชอบโกหกพกลมเลยนะคะ แต่พอขึ้นอนุบาล 2 กลับพูดไปเรื่อย เช่น วันหนึ่งเขาหกล้มมาบอกเราว่า หกล้มเพราะตกใจเจอผีออกมาจากถนน แล้วไปเข้าตัวแมว แถมเดินมาจ้องตาเขาด้วย สุดท้ายมีกระต่ายกระโดดมาช่วยไว้ จนบางทีคุณแม่ไม่รู้ว่าอันไหนพูดจริงหรือพูดเล่นค่ะ"
ไขข้อข้องใจ ทำไมเปลี่ยนไป
หลายคนเรียกคำโกหกแบบนี้ว่า คำโกหกสีขาว เพราะเป็นคำพูดที่ลูกไม่ได้รู้สึกตัวว่าเขากำลังโกหก หรือพูดสิ่งที่ไม่จริงอยู่ แต่เป็นเรื่องในจินตนาการและความฝันของเด็ก เรียกอีกอย่างว่าหนูไม่ได้ตั้งใจนะ แต่ว่ามันแยกแยะไม่ถูกเท่านั้นเอง ว่าสิ่งที่อยู่ในหัวอันไหนความจริงอันไหนความฝัน
วิธีแก้ปัญหาทำได้ง่ายๆ โดยคุยกับลูกแยกแยะความเป็นจริง เช่น ที่ลูกหกล้มเป็นเรื่องจริง แต่ที่ผีมาเข้าตัวแมว แม่ว่าเพราะลูกคงกลัวแมวมากกว่า ถึงคิดว่าผีมาเข้าแมวได้ ค่อยๆ ตะล่อมพูดกับลูก แต่อย่าต้อนให้เด็กจนมุมเด็ดขาด เพราะเด็กจะไม่กล้าบอกหรือเล่าอะไรให้ฟังอีก

คุณแม่แนน....สาวน้อยลูกหมีวัย 6 ปี
"กลุ้มใจมากเลยค่ะ แต่ก่อนลูกเคยติดดูดนิ้วเมื่อตอนเข้าเรียนอนุบาลใหม่ๆ จากนั้นพฤติกรรมนี้ก็หายไปนาน จนมา อ. 3 สงสัยว่าลูกทำไมถึงถดถอยหันกลับมาดูดนิ้วใหม่อีก ทั้งๆ ที่หายไปนานแล้ว"
ไขข้อข้องใจ ทำไมถอยหลัง
แม้วัยนี้เขาสามารถเข้าอกเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นอย่างดี แต่บางเรื่องหัวใจดวงน้อยๆ ยังรับไม่ไหวเหมือนกัน การที่ลูกกลับมาดูดนิ้วมืออีกครั้ง อาจเกิดจากภาวะคับข้องในใจหรือความเครียดที่แสดงออกมาโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัว เช่น บ่นให้เด็กได้ยินว่าถ้าลูกสอบเข้าชั้นป.1 โรงเรียนนี้ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หรือ ถ้าลูกทำคะแนนแย่อาจหมดสิทธิ์ได้รับคัดเลือกเข้าโรงเรียน เป็นต้น
การที่ลูกกลับมาดูดนิ้วอีกเพราะเกิดจากภาวะเครียดที่ส่งผลมาจากคุณนั่นเอง หยุดทำให้เจ้าหนูเครียด และไม่ดุลูกเวลาดูดนิ้ว ไม่ลงโทษ ขู่ เขาก็จะค่อยๆ ลืมเลือนไปและเลิกดูดนิ้วเอง
อีกทั้งวัยนี้ชอบเล่นสนุกกับกลุ่มเพื่อน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเพื่อนๆ คนไหนยอมรับหรือชอบเล่นกับเด็กที่ดูดนิ้วอยู่ตลอดเวลา และเจ้าหนูจอมกังวลต้องใช้นิ้วมือในการโหนจับเหวี่ยงตัวเล่นอีกสารพัด เวลาที่ใช้ไปกับการดูดนิ้วจะหดหายไปเองค่ะ

คุณพ่ออ๊อด...หนุ่มอั๊ดวัย 7 ขวบ
"ลูกเคยพูดกับผมว่า พ่อไม่ต้องมารับที่โรงเรียนแล้วนะ อั๊ดกลับรถโรงเรียนกับเพื่อนก็ได้สนุกดี ผมใจหล่นวูบไปเลยครับ ไม่คิดว่าลูกจะเลิกติดผมแล้ว เขาคิดว่าพึ่งพาตัวเองได้จริงๆแล้วเหรอครับ"
ไขข้อข้องใจ ทำไมก้าวหน้า
อืม...น่าเห็นใจเหมือนกันนะคะ เพราะคิดว่าเขาน่าจะเห็นความสำคัญของเรา ที่สุด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพื่อนไปเสียได้ เนื่องจากวัยนี้ต้องการพึ่งตนเองและเป็นอิสระจากผู้ใหญ่ พร้อมทั้งแสวงหากิจกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ และแสดงออกว่าตนเองมีความสามารถแล้ว
บางทีคำขอร้องหลายๆ สิ่งอาจขัดกับวัย คุณพ่อคุณแม่ต้องดูความเหมาะสมและความปลอดภัย พร้อมทั้งคำอธิบาย ในวัยนี้เขาสามารถเข้าใจเรื่องเหตุผล และหยุดฟังเรื่องราวที่พ่อแม่กำลังจะบอกได้ค่ะ

ไม่ว่าลูกจะมีพัฒนาการก้าวหน้าหรือถดถอย คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เท่าทันและรีบหาข้อมูลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น บวกกับการที่เราอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ดีขณะที่พูดคุยกับลูก จะทำให้ลูกยอมเชื่อฟังและเห็นว่าเราปรารถนาดีต่อเขามากที่สุดค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร kids and school ฉบับที่ 77 เดือนพฤษจิกายน พ.ศ.2549

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2007-11-22 19:20:44 IP : 124.120.109.101


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1906545)

เข้าใจค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ดี... วันที่ตอบ 2009-02-25 08:19:51 IP : 61.19.69.18



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.