ReadyPlanet.com


50 วรรณกรรณ แนะนำ ที่ควรอ่านให้ลูกฟัง


 เจาชายนอย2

เจ้าชายน้อย
 
"และนี่คือความลับของฉัน มันเป็นเรื่องธรรมดามาก
เราจะเห็นอะไรได้ก็ด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นได้ด้วยตา"
 
          ในแง่หนึ่งมันเล่าถึงการเดินทางของเจ้าชายจากดวงดาวหนึ่ง ซึ่งเกิดเข้าใจผิดกับดอกกุหลาบผู้หยิ่งจองหอง ดอกกุหลาบเพียงดอกเดียวที่เขาเป็นเจ้าของบนดวงดาวเล็กๆ เจ้าชายน้อยจึงหนีมาพร้อมการอพยพของประดานกป่า และได้แวะไปตามดวงดาวต่างๆ พบผู้ใหญ่ที่มีความคิดประหลาดๆ เกินความเข้าใจของเขา
แต่ขณะเดียวกันเข้าก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากากรสนทนากับบุคคลเหล่านั้น
 
และในที่สุด เจ้าชายน้อยก็ลงมายังโลกมนุษย์ ณ จุดที่เครื่องบินลำหนึ่งตก เข้าได้พบนักบินและเล่าเรื่องรายการผจญภัยให้นักบินฟัง พร้อมกับความเป็นเพื่อนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
 url
          แต่ในอีกแง่หนึ่ง หนังสือเล่มนี้พูดถึงความลับอันสำคัญของการเป็นมนุษย์ คามลับที่นักบินพยายามค้นหาจากเรื่องเล่าของเจ้าชายน้อย และในที่สุดเขาก็ค้นพบความสำคัญ ความงดงาม และความเศร้าของชีวิต
 
          แก่นของเรื่องคือการมองให้เป็นสิ่งที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา ผู้เขียนเน้นย้ำเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง เล่าถึงสมัยเด็กเมื่อวาดรูปช้างในท้องงูให้ผู้ใหญ่ดู แต่ผู้ใหญ่คิดว่าเป็นหมวก เพราะมองไม่เห็นถึงข้างใน
ขณะที่รูปเดียวกันนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งระหว่างเจ้าชายน้อยกับนักบิน
 
          ประเด็นนี้ถูกย้ำอีกหลายครั้ง เมื่อทั้งคู่คุยกันเรื่องบ่อน้ำในทะเลทราย เรื่องความผูกพันระหว่างเพื่อน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายน้อยและดอกกุหลาบ เรื่องบ้านที่ซุกซ่อนหีบสมบัติไว้ใต้ดิน 
เรื่องนักดาราศาสตร์ผู้ค้นพบดวงดาวของเจ้าชายน้อย ฯลฯ และตอนที่เจ้าชายน้อยกลับไปสู่ดวงดาวที่มองไม่เป็นท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านๆ ดวง
 
        "เมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ผมอาศัยอยู่ในบ้านแบบโบราณ เล่ากันมาว่ามีหีบสมบัติซ่อนอยู่ใต้ดิน แน่นอนว่าไม่มีใครเคยค้นพบ หรือแม้แต่จะคิดค้นหา แต่มันก็ทำให้บ้านหลังนี้มีเสน่ห์ เพราะบ้านของผมซึกซ่อนความลับไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ"
 เจาชายนอย1
          เจ้าชายน้อยเป็นตัวแทนของเด็กๆ ที่เปิดใจกว้าง พร้อมจะเรียนรู้โลกด้วยการตั้งคำถามและหาคำตอบ เขาออกเดินทางสำรวจดวงดาวต่างๆ สนทนากับผู้คน และพยายามเข้าใจในส่งที่แต่ละคนคิด
ขณะเดียวกันก็เดินทางเข้าไปสำรวจจิตในตัวเอง จนค้นพบความลับทั้งของจักรวาลและของตนเอง เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปหาดอกกุหลาบ
 
        และนั่นอาจจะเป็น "สาร" สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนอยากจะบอกเด็กๆ คือ การเข้าใจตัวเอง เราต้องเดินทางสำรวจโลกภายนอกและโลกภายในตัวเองด้วย
 
"เราต้องเสี่ยงกับการหลั่งน้ำตาบ้าง หากปล่อยให้ความผูกพันก่อตัวขึ้น"
 
          ภาพประกอบของผู้เขียนเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์และน่าประทับใจ เป็นภาพวาดที่ตอกย้ำแก่นของเรื่อง คือสิ่งสำคัญที่ไม่อาจเห็นได้ด้วยตา นักบินเลิกวาดภาพตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพราะผู้ใหญ่ไม่เข้าใจภาพวาดของเขา แต่เจ้าชายน้อยเข้าใจ และความเป็นเพื่อนก็เริ่มตรงจุดนี้ การพบกันกลางทะเลทรายบที่เวิ้งว้างร้างไร้ผู้คน จึงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความโดดเดี่ยวในใจของทั้งคู่ ความรู้สึกที่ว่าไม่มีเพื่อนและปราศจากคนเข้าใจและการค้นพบบ่อน้ำกลางทะเลทราย ก็คือความชุ่มฉ่ำใจของการมีเพื่อนที่เข้าใจนั่นเอง
 5895600
"เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก หากเราลืมเพื่อนไปสักคน"
 
        แม้ความสัมพันธ์ของทุกสิ่งทุกอย่าง สุดท้ายจะเดินทางมาถึงจุดที่ต้องสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายน้ำยกับสุนัขจิ้งจอก หรือเจ้าชายน้อยกับนักบิน เจ้าชายน้อยกับกุหลาบ (เขาได้เรียนรู้จากนักภูมิศาสตร์ว่าดอกกุหลาบของเขา "ไม่จีรัง") สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์มีค่า ก็คือสิ่งที่หลงเหลือในความทรงจำนั้น สุนัขจิ้งจอกจะมีความสุขเมื่อได้เห็นทุ่งข้าสาลี เช่นเดียวกับที่นักบินมีความสุขเมื่อแหงนมองดวงดาว
 
ประวัติผู้เขียน
         อังตวน เดอ แซงเต็ก ซูเปรี(Antoinee de Saint-Exupery)ผู้เขียนเป็นชาวฝรั่งเศษ เกิดเมื่อ ค.ศ.1900 มีอาชีพเป็นนักบิน ผลงานส่วนใหญ่เของเขาจึงเกี่ยวข้องกับการบิน
และมักจะมาจากประสบการณ์จริง หากแต่เล่าด้วยมุมมองที่แฝงความคิดเชิงปรัชญา
 
        ซูเปรีเขียนเรื่องเจ้าชายน้อยระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากเยอรมันได้ชัยชนะเหนือฝรั่งเศษ เขาถูกบังคับให้นำเครื่องบินลงจอดที่นิวยอร์ก และระหว่างนั้นเขาก็หวนคิดถึงวัยเด็ก ความสัมพันธ์ในชีวิตครอบครัวและความสงบสุขของโลกในภาวะไร้สงคราม และนี่เองก็อาจจะเป็นที่มาให้เขาเขียนเจ้าชายน้อยเล่มนี้ เพื่อกระตุ้นให้คนครุ่นคิดถึงความงดงามของความรักและความผูกพัน รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่มนุษย์มักจะมองข้ามไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
 
          การตายของซูเปรีเป็นปริศนาเช่นเดียวกันกับการจากไปของเจ้าชายน้อย ในปี ค.ศ. 1944 หลังจาก "เจ้าชายน้อย" ถูกตีพิมพ์ได้เพียงปีเดียว เขาก็ขับเครื่องบินหายไป และไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1988 มีชาวประมงพบสร้อยข้อมือซึ่งมีชื่อซูเปรีกับภรรยาที่เกาะทางใตัของเมื่อมาเซย์ ประเทศฝรั่งเศส และต่อมาก็มีผู้พบซากเครื่องบินในแถบนั้นด้วย คาดว่าน่าจะเป็นจุดที่เครื่องบินตก


ผู้ตั้งกระทู้ Admin :: วันที่ลงประกาศ 2014-11-09 23:44:48 IP : 171.96.181.48


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.