ReadyPlanet.com


homework ทำอย่างไรให้ work


homework ทำอย่างไรให้ work

 โดย กุมภการ

ถ้าลูกวัยอนุบาลทำการบ้านไม่ได้ หรือพบว่าคำตอบที่ลูกเขียนนั้นไม่ถูกต้อง หรือจำนวนการบ้านที่คุณครูให้มีมากมายจนน่าตกใจ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ทำอย่างไรคะ หากยังไม่เคยมีประสบการณ์ หรือไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำไปนั้นดีหรือไม่ นำคำคำแนะนำดีๆ จาก ดร.อรชา ตุลานันท์ นักวิชาการอิสระ ไปใช้สิคะ

ทำไมต้องมีการบ้าน
เด็กนักเรียนกับการบ้านดูเหมือนจะเป็นของคู่กันอย่างแยกไม่ออก แต่สำหรับเด็กวัยอนุบาลนั้น เรื่องการบ้านยังคงมีหลายความคิดเห็นค่ะ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านชอบให้ลูกมีการบ้าน เพราะรู้สึกว่าลูกได้ฝึกทักษะเพิ่มขึ้น กลัวว่าลูกเรียนเฉพาะที่โรงเรียนในช่วงครึ่งวันแรกก่อนจะนอนกลางวันในช่วงบ่าย วิชาการที่ได้จะไม่เพียงพอ และยังรู้สึกว่าเมื่อลูกมีการบ้านจะช่วยฝึกความรับผิดชอบ รวมถึงฝึกเรื่องการรู้จักแบ่งเวลา
ดร.อรชาบอกค่ะว่า เห็นด้วยในระดับหนึ่งในประเด็นที่ว่า ทักษะบางอย่างถ้ามีการฝึกฝนบ่อยๆ เด็กจะทำได้ดีขึ้น แต่สำหรับเด็กเล็กนั้น การฝึกทักษะต้องมาพร้อมกับความสนุกสนานค่ะ และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กอนุบาล คือ เรื่องทัศนคติ ความอยากรู้อยากเห็น ความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการเรียนรู้ ไม่ได้เน้นที่การฝึกทักษะมากๆ เพราะอะไรที่มากเกินไปมักจะไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
ส่วนเรื่องความรับผิดชอบ หรือการรู้จักแบ่งเวลานั้น คุณพ่อคุณแม่สอนจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันของลูกก็ได้ค่ะ

อย่างไรคือการบ้านที่ดี
ลักษณะของการบ้านที่ดีสำหรับเด็กเล็กในมุมมองของนักวิชาการ คือ มีลักษณะเป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ ที่ต้องทำร่วมกันระหว่างพ่อแม่และลูกเป็นหลัก โดยมีจุดประสงค์ดังนี้
      * มีการเชื่อมโยงระหว่างบ้านกับโรงเรียน เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้มีส่วนร่วมและรับรู้ว่า ลูกกำลังทำอะไร เรียนอะไรอยู่บ้าง
     * เป็นกระบวนการที่พ่อแม่และลูกได้เรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อหาข้อมูลหรือฝึกฝนบางอย่าง แต่เป็นการฝึกที่ไปด้วยกัน โดยมีคุณพ่อคุณแม่ช่วยไกด์เป็นส่วนมาก
และที่สำคัญต้องไม่มากจนเกินไป ถ้ารู้สึกว่าการบ้านของลูกมีมากเกินไป คุณพ่อคุณแม่ต้องสื่อสารให้คุณครูทราบ เคยมีการวิจัยค้นพบมาแล้วว่า ยิ่งเร่งเด็กมากเท่าไหร่ ความเข้าใจลึกซึ้งต่อเรื่องนั้นๆ จะยิ่งน้อยค่ะ

ถ้าลูกทำการบ้านผิด
หากคุณพ่อคุณพ่อตรวจการบ้านของลูก แล้วพบว่าคำตอบของลูกไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น อย่ารีบตัดสินใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ คิดว่าเป็นเรื่องที่มีคำตอบชัดๆ อยู่แล้ว แต่ควรถามลูกก่อนว่า ทำไมเขาจึงคิดและตอบแบบนั้น เช่น การบ้านคือให้จับคู่สัตว์กับอาหารโปรด แต่ลูกจับคู่แมวกับผัก เพราะจากประสบการณ์ของลูก เขาเคยเห็นแมวกินผัก
การที่ลูกสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์จริงเข้ากับแบบฝึกหัดเป็นเรื่องน่าชื่นชมค่ะ แม้ว่าจะไม่ใช่คำตอบที่คุณครูต้องการ หรือไม่ใช่คำตอบที่ผู้ใหญ่คิดว่ามันเป็นเรื่องถูกต้องก็ตาม ฉะนั้นสิ่งที่ลูกตอบแต่ไม่ตรงกับผู้ใหญ่คิด ไม่ได้หมายความว่าเขาตอบผิดนะคะ เพราะบางเรื่องสามารถตอบได้หลายอย่างมากกว่าที่เราคิดค่ะ


กรณีนี้ หากโรงเรียนที่มีคุณครูที่เข้าใจพัฒนาการเด็ก แล้วคุณพ่อคุณแม่เขียนโน้ตลงไปว่า ลูกเคยเห็นแมวทานผักเลยตอบแบบนี้ คุณครูก็จะเข้าใจค่ะ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนที่ต้องการเน้นความถูกต้องทางวิชาการ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องอธิบายให้ลูกเข้าใจในสิ่งที่ควรเป็น อาจชวนลูกไปค้นคว้าเพิ่มเติมในหนังสือ เช่น สารานุกรม เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ว่าเขาจะไปค้นคว้าหาคำตอบได้จากที่ไหนค่ะ

หากต้องการให้เจ้าจอมซนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน
คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องจัดสรรเวลาให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ
อย่างพอเหมาะพอดี ให้ลูกได้มีเวลาทำการบ้าน มีเวลาพักผ่อน
และมีเวลาเล่นสนุกตามวัยของเขาด้วยค่ะ


ข้อมูลจากนิตยสาร  : ฉบับที่ 300 เดือนมกราคม พ.ศ.2551



ผู้ตั้งกระทู้ ครูกิ๊ฟ :: วันที่ลงประกาศ 2008-01-22 20:27:16 IP : 124.120.98.59


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.